|
เรียนเชิญนักวิทยุสมัครเล่นร่วมถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (HS1A) |
|
การทำกิจกรรม -
กิจกรรมภายในชมรมฯ
|
|
Written by HS1QEB
|
|
Wednesday, 11 November 2009 |
ที่ ชอน.03-03 /5210 พฤศจิกายน 2552เรื่อง เรียนเชิญนักวิทยุสมัครเล่นร่วมถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (HS1A) เนื่องใน วโรกาส “5 ธันวามหาราช”เรียน นายกสมาคม , ประธานชมรม , องค์กรวิทยุสมัครเล่น และพนักงานวิทยุสมัครเล่นทุกท่านเอกสารแนบ รูปแบบการกล่าว-รับถวายพระพรชัยมงคล เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (HS1A) ชมรมนักวิทยุอาสาสมัครจังหวัดนนทบุรี HS1AN จึงขอเชิญชวนพนักงานวิทยุสมัครเล่นร่วมถวายพระพรชัยมงคล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม 2552 โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 - 21.00 น. ณ ช่องความถี่ 144.900 MHz. เพื่อให้นักวิทยุสมัครเล่นทั่วประเทศได้ร่วมถวายร่วมถวายพระพรชัยมงคล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยพร้อมกัน ชมรมนักวิทยุอาสาสมัครจังหวัดนนทบุรี HS1AN จึงขอเรียนเชิญพนักงานวิทยุสมัครเล่นทุกท่านร่วมในการถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตามวันเวลาดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน ขอแสดงความนับถือ นายธนพล ทองเทศ หัวหน้าฝ่ายกิจกรรม สถานีวิทยุสมัครเล่นควบคุมข่ายนนทบุรี (HS1AN) ร่วมข่ายกรุงเทพมหานคร(HS1AB)ดาวน์โหลดเอกสาร ที่นี่ ค่ะ |
|
Last Updated ( Wednesday, 11 November 2009 )
|
|
|
จัดสรรประโยชน์เพื่อชาติ...หรือขายสมบัติชาติ...กิน |
|
บทความ -
บทความเกี่ยวกับวงการวิทยุฯ
|
|
Written by HS1QEB
|
|
Thursday, 05 November 2009 |
จัดสรรประโยชน์เพื่อชาติ…หรือขายสมบัติชาติ...กิน ในยุคที่บ้านเมืองตกอยู่ในช่วงแห่งความแตกแยก คนในชาติแบ่งฝักแบ่งฝ่ายตั้งป้อมประจันหน้ากันอย่างเอาเป็นเอาตาย ข้าราชการฝักใฝ่กับนักการเมืองเพื่อหาหนทางให้ตนได้เจริญในหน้าที่ราชการโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติ องค์กรอิสระหลายแห่งก็กล้าที่จะหาประโยชน์ใส่ตนเองจนถูกดำเนินคดี เพราะคนพวกนี้อาจคิดว่ากรรมเวรมันเป็นเรื่องไร้สาระ ผลประโยชน์เท่านั้นที่มันจะบันดาลให้เห็นความสุขและนำมาซึ่งสวรรค์บนดินได้ ยิ่งบ้านเมืองวุ่นวายผู้คนต่างก็สับสน มันก็เป็นช่องทางจังหวะของข้าราชการชั่ว นักการเมืองเลว ผู้บริหารทรัพยากรของชาติระยำ หาประโยชน์ กันอย่างเป็นร่ำเป็นสัน ข้าราชการที่ดี ก็มีอยู่ ผู้นำองค์กรที่ซื่อสัตย์ต่อชาติก็มีให้เห็น ก็เป็นเรื่องที่จะต้องช่วยกันต่อสู้เพื่อให้ชาติได้รับประโยชน์สูงสุดจากการทำงานจากการตัดสินใจในการกำหนดทิศทางและการบริหารงานของผู้ทรงอำนาจเหล่านี้ สำหรับประเด็นร้อนของวงการสื่อสารวันนี้ ก็มีเรื่องของการเปิดทางเพื่อนำเทคโนโลยีระบบ 3 G เข้ามาให้บริการในบ้านเราซึ่งก็มีข่าวเกรียวกราวว่าจะทำการเปิดประมูลในเร็วๆนี้ ก็ต้องอธิบายให้เห็นภาพเกี่ยวกับการให้สัมปทานให้เข้าใจกันเสียก่อน ว่าการให้สัมปทานที่พูดถึงกันนั้นก็คือการอนุญาตยินยอมให้มีผู้เข้ามาทำหน้าที่จัดสรรและให้บริการทรัพยากรของชาติ คลื่นความถี่เป็นทรัพยากรที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เพื่อให้เห็นภาพง่ายๆจึงขอยกตัวอย่างเป็นแอ่งน้ำแทน ก็คือ เรามีแอ่งน้ำแหล่งใหญ่ที่คนทั้งประเทศ ได้อาศัยใช้น้ำจากน้ำแอ่งแหล่งนี้ ซึ่งแอ่งน้ำนี้ เป็นสมบัติของชาติ คำว่าชาตินี้ความหมายที่แท้ของคำว่า “ชาติ” ก็คือประชาชน แอ่งน้ำนี้จึงเป็นสมบัติของประชาชนทุกคน แล้วชาติก็มีองค์กรต่างๆของรัฐ ทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองและผู้ปกครองโดยรวมนี้เราเรียกว่ารัฐบาล องค์กรของรัฐที่มีหน้าที่ ในการปกครองและตัดสินใจในการบริหารจัดการทรัพยากร แอ่งน้ำ ตามที่ยกตัวอย่างมานี้ไม่สามารถจัดสรรแบ่งปันและให้บริการประชาชนได้ด้วยตัวขององค์กรเอง จึงประกาศหาผู้ที่จะเข้ามาประมูลเพื่อทำหน้าที่ ลงทุนบริหารจัดการและแบ่งปันทรัพยากรนี้ให้แก่ประชาชน โดยองค์กรแห่งรัฐนี้ จะเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขในการพิจารณาหา ผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่บริหารจัดการทรัพยากรของเรา เป็นองค์กรของรัฐที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนและทำการแทน ประชาชน เจ้าของทรัพยากร เมื่อสองวันก่อนได้ยินผู้นำองค์กรอิสระ ท่านหนึ่งออกมาให้สัมภาษณ์ ว่าการประมูลให้บริการ ระบบ 3 G เป็นสิ่งที่จะทำให้รัฐได้ประโยชน์สูงสุด เพราะพิจารณาได้จากการเสนอให้ผลประโยชน์แก่รัฐ โดยผู้ประมูลจะเสนอตัวเงินสูงสุดให้แก่รัฐ ซึ่งมองเห็นง่ายและชัดเจน น่าตกใจและเป็นเรื่องที่น่าวิตกอย่างยิ่งในแนวความคิดลักษณะนี้ ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะได้พบเห็นได้ยินถ้อยคำทำนองนี้ เหตุที่ต้องตกใจและเป็นกังวลก็คือ คนพวกนี้นำเสนอต่อประชาชนว่า รัฐจะได้ผลประโยชน์จากเงินที่ผู้ประมูลสัมปทานเสนอให้เป็นเงินก้อนโตสูงสุด จะมีการลงทุนมหาศาลในการสร้างสถานีโครงข่ายให้บริการ จะมีการจ้างงานจำนวนมาก ฟังแล้วดูดี แต่ความเป็นจริงหากเป็นไปตามนี้ เรื่องมันก็จะเป็นเรื่องที่น่าเศร้าเพราะคนไทยก็จะต้องทุกข์ระทมไปกับการเป็นทาสทางการสื่อสาร จะเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายเงินคืนให้กับบริษัทที่ได้รับประมูลอย่างโงหัวไม่ขึ้น เริ่มจากเงินที่เป็นค่าประมูลที่ผู้ลงทุนจ่ายไปเท่าไหร่ บวกกับค่าตอบแทนจากเม็ดเงินที่ลงทุนไปมหาศาล คนไทยที่ใช้บริการก็คือคำตอบสุดท้ายที่ต้องจ่ายให้กับบริษัทผู้รับสัมปทานทั้งต้นทั้งดอก ทั้งผลกำไร ไม่ต้องบอกเลยใช่ไหมว่า เราต้องจ่ายค่าบริการมหาโหดเพียงใด แล้วผู้ที่เป็นคนตัดสินใจทำแบบนี้ ก็พ้นจากตำแหน่ง ไปนอนกอดหลานนับเงินที่บ้านหมดหน้าที่รับผิดชอบไปแล้ว เท่าที่ผ่านมา ไม่เคยได้ยินว่าผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องทั้งหลายจะลงมาดูหรือพูดถึงเรื่องประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่มองถึงภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในอนาคต ไม่มองวิธีการรักษาผลประโยชน์ที่อาจถูกเอารัดเอาเปรียบจากการทำธุรกิจของผู้รับสัมปทาน ไม่มองถึงองค์กรเพื่อสาธารณะกุศลหรือองค์กรที่เป็นรากฐานในการพัฒนาการสื่อสารของชาติอย่างจริงใจ ไม่ได้พูดถึงการพัฒนาส่งเสริมด้านวิชาการหรือการพัฒนาการให้แก่ประชาชนในฐานะนักพัฒนา มีแต่ส่งเสริมให้ประชาชนเป็นผู้ใช้บริการที่ซื่อสัตย์และชำระค่าบริการดี ยกตัวอย่างที่เห็นอยู่ทุกวันนี้ แค่ระบบ 2 G ก็ยังไม่สามารถรักษาผลประโยชน์ของประชาชนได้ ตัวอย่างที่มองเห็นกันอยู่ การให้บริการอินเตอร์เน็ต บริษัทที่ได้รับใบอนุญาต ออกมากำหนดความเร็วในการโหลดข้อมูลแล้วคิดค่าใช้จ่าย ปรากฏว่า ค่าใช้จ่ายแต่ละอัตรากำหนดไว้เพียงว่าจะสามารถโหลดข้อมูลได้ไม่เกินอัตราสูงสุดที่กำหนด แต่ไม่พูดถึงการให้บริการที่ประชาชนเสียประโยชน์จากการที่การโหลดข้อมูลไม่ถึงอัตราที่กำหนด ซึ่งที่จริงแล้ว ตัว กทช.ต้องเป็นผู้กำหนดว่า การคิดค่าใช้จ่ายในการใช้อินเตอร์เน็ตนั้นเมื่อผู้ให้บริการกำหนดอัตราสูงสุดได้ ก็ต้องกำหนดอัตราต่ำสุดไว้ด้วย มิใช่ปล่อยให้ประชาชนถูกเอาเปรียบแบบซึ่งหน้า ดังนั้นการที่จะพิจารณาให้สัมปทานก็จะต้องลงมากำหนดวิธีการและพิจารณาถึงรายละเอียดเหล่านี้เพื่อประโยชน์ของประชาชนด้วย อีกตัวอย่างหนึ่ง การให้บริการต่อเชื่อมสัญญาณบนมือถือ ที่มีการเปิดสัญญาณ EDGE มีแพคเกจให้บริการ 20 ชั่วโมงต่อเดือน ต่อ100 บาท ผู้ให้บริการก็อาศัยช่องที่ กทช. ไม่ออกมาควบคุมกำหนด วิธีการและการคิดค่าบริการที่เป็นธรรม มีผู้ใช้บริการมากมายที่ต้องจ่ายเงินจำนวนหลายพันบาทเนื่องจากการใช้เกิน 20 ชั่วโมง ซึ่งหากผู้ให้บริการจะออกแพจเกตแบบนี้ ก็ควรจะต้องมีการกำหนดเครื่องมือตัดการให้บริการเมื่อครบกำหนด 20 ชั่วโมง และหากประสงค์จะใช้ต่อก็สามารถติดต่อเป็นกรณีไป อันนี้คือความรับผิดชอบ ต่อผลประโยชน์ของประชาชน การเอาใส่ ไม่ให้ผู้ที่ได้รับสัมปทานนั้นให้บริการโดยหาช่องว่างหรือช่องทางขูดเลือดประชาชน สิ่งเหล่านี้ ผู้ปกครองต้องมองเป็นอันดับแรก ต้องมองว่า หน่วยงานของรัฐเช่น กทช. เมื่อจะมีการพิจารณาการประมูล จะต้องมีการกำหนดแนวทางการให้บริการ ต้องพิจารณาทั้งระบบ ตั้งแต่การนำทรัพยากรไป ดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการแปรรูปไปในลักษณะใดๆ การให้บริการจะต้องมีการตรวจสอบและถูกควบคุมได้จากสังคมผู้เป็นเจ้าของที่แม้จริง มิใช่เพียงการตัดตอนอำนาจของเจ้าของที่แท้จริงไปเป็นคณะกรรมการเพียงไม่กี่คน แล้วก็พิจารณาตัดสินใจบนพื้นฐานผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องของคณะกรรมการฯเอง ไม่ว่าจะเป็นการรียกเก็บค่าบริการ ตลอดจนความพร้อมของเครื่องมือที่จะให้บริการ อัตราสูงสุดที่ประชาชนจะต้องชำระค่าบริการเปรียบเทียบกับประชาชนในประเทศต่างๆ ในบริบทเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน การพิจารณาให้สัมปทานจึงไม่ควรตั้งอยู่ที่ผลประโยชน์ที่มองเห็นเป็นเพียงเงินก้อนโตเท่านั้น เพราะตามที่กล่าวข้างต้น ยิ่งผู้ขอสัมปทานจ่ายแพงเท่าไร ประชาชนผู้บริโภคก็จำต้องจ่ายแพงไปกว่านั้นอีกนับไม่ถ้วน แล้วหากไม่มีการพิจารณาถึงสภาวะสิ่งแวดล้อมด้านสังคมที่ต้องเสียหายแหลกเหลวไปพร้อมๆกับความเจริญในทางเทคโนโลยีนี้ ก็จะทำให้สังคมของเราถูกเทคโนโลยีกลบกลืนไปหาความเป็นเอกลักษณ์ของความเป็นชาติไม่ได้ แล้วที่สุดทิศทางของสังคม การดำรงชีวิตในสังคมก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบไร้หลักประกัน ทั้งที่เราสามารถจะทำได้ด้วยการวางมาตรการด้านสังคม โดยเฉพาะความรับผิดชอบต่อสังคมในเรื่องของความเป็นธรรมในการให้บริการ เป็นสิ่งที่จะต้องพูดถึงจะต้องมีมาตรการที่เข้มข้นเพียงพอที่จะยกเลิกสัมปทานทันทีที่ผู้รับสัมปทานเอารัดเอาเปรียบประชาชนผู้เป็นเจ้าของทรัพยากร อีกทั้งการแสดงความรับผิดชอบต่อการพัฒนาทางการศึกษาและการนำไปไปสู่ภาคการให้บริการสังคมจะต้องได้รับการพิจารณาประกอบกันไปด้วย มิใช่เอาแต่มองเงินกองโต ที่ไม่รู้เลยว่า .............พวกคณะกรรมการพวกนั้น.......................จัดสรรประโยชน์เพื่อชาติ…หรือ...จ้องขายสมบัติชาติ...กิน... HS1DMW |
|
Last Updated ( Tuesday, 17 November 2009 )
|
|
|
การทำกิจกรรม -
กิจกรรมภายในชมรมฯ
|
|
Written by HS1QEB
|
|
Monday, 28 September 2009 |
|
 ด้วยรักและอาลัย…..E20QWJ 27 กันยายน 2552 เวลาทุ่มเศษ ผมได้รับข่าวร้ายจากเพื่อนนักวิทยุสมัครเล่นว่า น้องกลินท์ หรือ E20QWJ ได้เสียชีวิตที่ปากช่อง ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ผมรู้สึกว่าหัวใจหล่นวูบ นึกถึงหน้าและบรรยากาศที่เคยได้ทำงานเพื่อสังคมกับน้องกลินท์ แล้วยิ่งทำให้ใจหายหนักเข้าไปอีกตลอดเวลาที่ได้พบและได้รู้จักน้องกลินท์มานั้น ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รู้จักและทำงานเพื่อสังคมร่วมกัน ตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันจนถึงวันสุดท้ายที่ได้ทำงานเพื่อสังคมด้วยกันคืองานแข่งขันจักรยานของชมรมจักรยานธนบุรี ที่จัดการแข่งขันเมื่อวันอาทิตย์ ที่ผ่านมา น้องกลินท์ ปลื้มทรัพย์ คือตัวอย่างที่ดีของนักวิทยุสมัครเล่น ที่ตลอดเวลาได้ทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือกิจการวิทยุสมัครเล่น มาโดยตลอด เป็นผู้ให้ที่แท้จริง ผมนับถือน้ำใจของน้องคนนี้ครับ น้องกลินท์ ทำหน้าที่หลายอย่างในชมรมนักวิทยุอาสาสมัคร ทำงานแบบไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อยในการให้บริการนักวิทยุฯทุกท่านทุกวงการแบบกันเองและมีไมตรี ด้วยคุณวุฒิและบุคลิกภาพที่นุ่มนวลอ่อนน้อม เป็นที่รักของทุกคนที่ได้พบเห็นหรือได้สัมผัสร่วมการงาน โดยเฉพาะงานถวายพระพร ของทุกปี กลินท์จะเข้ามาช่วยเหลือทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถทุกครั้ง ผมรู้สึกเสียดายและเสียใจแทนครอบครัวของน้องกลินท์ อย่างไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร ได้แต่ขอภาวนาให้บุญกุศลที่น้องกลินท์ที่ได้สร้างไว้กับสังคม และความเอื้อเฟื้อที่ได้มอบให้กับผู้คนมาโดยตลอดนั้น ขอจงได้ตอบสนองให้ดวงวิญญาณของน้องกลินท์ได้ไปสู่สุขคติ ในภพภูมิที่ดี และขอแสดงความอาลัยรักจากใจของผม และขอคาราวะต่อคุณงามความดีที่ น้องกลินท์ได้ทำประโยชน์ไว้แก่สังคม ตลอดเวลาที่ผ่านมา น้องกลินท์ได้จากพวกเราไปแล้ว ก็เหลือไว้แต่ความรัก ความทรงจำที่ดี เหลือรอยยิ้มที่เคยเล่นหัวกัน เหลือภาพที่ทำกิจกรรมเพื่อสังคมมาด้วยกัน และเหลือไว้ซึ่งความรักจากพวกพ้องน้องพี่ ที่มีต่อคนดีอย่างน้องกลินท์ ปลื้มทรัพย์ ของพี่ หลับเถิดน้องรัก หลับให้สบาย คนดีของพี่ คนที่มีคุณค่าของสังคม ขอจงเป็นสุขเถิด พี่แดง HS1DMW ประธานชมรมนักวิทยุอาสาสมัครจังหวัดนนทบุรี |
|
Last Updated ( Tuesday, 29 September 2009 )
|
|
|
การทำกิจกรรม -
กิจกรรมภายในชมรมฯ
|
|
Written by HS1QEB
|
|
Monday, 28 September 2009 |
 เมื่อวาน...วันที่ 27 กันยายน 2552 ช่วงเวลาทุ่มกว่าๆ...ได้รับข่าวร้ายจากพี่แดงท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำ… “QEB มีข่าวร้าย...” คำๆนี้เสียดแทงลงไปกลางใจ...เราไม่นึกว่า “กลินท์” จะจากเราไปเร็วเพียงนี้ โดยส่วนตัว...ได้รู้จักกับกลินท์มาตั้งแต่ปี 2548...กิจกรรมแรกที่ทำให้เรารู้จักกัน...จนกระทั่งเป็นทีมงาน HS1AN ด้วยกัน คือ วีอาร์กาชาด 48...ต่อมาเราก็มารับผิดชอบเว็บไซต์ของชมรมด้วยกัน...เรายังจำได้...เธอ บิ๊ก และ เรา ลุ้นขนาดไหน ปลุกปั้นกันขนาดไหน....กว่าที่เว็บไซต์แห่งนี้จะเป็นรูปเป็นร่าง...เราดีใจกันทุกครั้งที่เว็บไซต์มีผู้เยี่ยมชมมากขึ้น...ตั้งแต่คนที่ 1 เริ่มเป็นหลักสิบ...หลักร้อย...จนกระทั่งหลักล้าน... นับแต่นั้นมาอีก 5 ปี...พวกเราก็ร่วมหัวจมท้ายทำกิจกรรมต่างๆด้วยกัน...ไม่ว่าจะเป็นด้านไหน...เราานึกไม่ออกว่า...จะมีกิจกรรมไหน...ที่ไม่มีกลินท์...ถึงแม้กลินท์จะติดงาน...แต่กลินท์ก็ได้ช่วยเราในขั้นตอนการเตรียมงานทุกครั้ง... กลินท์มีความสามารถที่โดดเด่นในด้านการวางแผนและวางนโยบาย โดยใช้ประสบการณ์ความรู้ที่สั่งสมมา...ไม่ว่าจะในฐานะเจ้าของกิจการ วิศวกร อาจารย์ มาช่วยทีมงานในการวางแผนงานที่เกี่ยวข้องกิจการวิทยุสมัครเล่น...ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม หรือ เป็นการไปประชุมกับหน่วยงานภายนอกต่างๆ กลินท์มีความสุขมากที่ได้ร่วมวางแผนจัดกิจกรรม workshop ต่างๆ...กลินท์มีความฝัน...ที่จะอยากให้นักวิทยุสมัครเล่นมีความรู้เชิงเทคนิค และ นำความรู้นั้นไปใช้ประโยชน์ต่อสังคม ดังนั้น เพื่อนๆที่มา workshop จะเห็นกลินท์นำอุปกรณ์ส่วนตัวมาร่วมกิจกรรม...จัดหาอุปกรณ์ต่างๆที่ไม่พอ...รวมทั้งช่วยเพื่อนประกอบโครงงานจนกระทั่งสำเร็จลุล่วงไปด้วยกัน... กลินท์เป็นตัวอย่างที่ดีในการใช้ความถี่...เนื่องจากกลินท์จะใช้ความถี่ด้วยความสุภาพ ประณีประนอม อ่อนน้อมถ่อมตน เสมอ... “กลินท์เป็นคนดี” คำกล่าวคำนี้ไม่เกินจริงเลย...อาจจะน้อยไปด้วยซ้ำ...ตอนนี้...เราไม่สามารถถ่ายทอดเป็นคำอธิบายใดๆได้มากนัก...แต่เราเชื่อว่า...ด้วยความดีที่กลินท์ทำตลอดชีวิตที่ผ่านมา...ไม่ว่าเพื่อครอบครัว หรือ สังคม ....จะทำให้กลินท์ไปสู่สัมปรายภพที่ดี เราดีใจที่เป็นเพื่อนเธอ...แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ...แต่เธอจะอยู่ในความทรงจำของเราตลอดไป HS1QEB กิจกรรมสุดท้ายที่กลินท์ทำร่วมกับ HS1AN ที่นี่ |
|
Last Updated ( Tuesday, 29 September 2009 )
|
|
|
|
<< Start < Previous 1 2 3 4 5 Next > End >>
|
| Results 15 - 28 of 64 |